บิลเบอร์รี่ บำรุงสายตา

บิลเบอร์รี บำรุงสายตา

บิลเบอร์รี เป็นผลไม้สีน้ำเงินม่วง ตระกูลเดียวกับเบอร์รีทั้งหลาย เช่น แบล็กเบอร์รี บลูเบอร์รี นิยมรับประทานในแถบยุโรปและอเมริกา เชื่อว่าบิลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงสุขภาพ สามารถนำมารักษาอาการเจ็บป่วยได้ เริ่มแรกเดิมทีบิลเบอร์รีนำมารักษาอาการโรคท้องเสีย โดยนำมาผสมกับน้ำผึ้ง ต่อมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บิลเบอร์รีได้รับความนิยมมากขึ้น เมื่อนักบินรบชาวอังกฤษรับประทานแยมบิลเบอร์รีบนขนมปัง ทำให้สายตาในการมองเห็นที่มืดดีขึ้น หลังจากนั้นแยมบิลเบอร์รีก็ได้รับความนิยมเรื่อยมา

สารอาหารในบิลเบอร์รี

ในบิลเบอร์รีมีสารอาหารสำคัญอาทิ ไอโอฟลาโวนอยด์ วิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี ซีลีเนียม แมงกานิส แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส ซึ่งสารอาหารและแร่ธาตุที่สำคัญเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย แต่บิลเบอร์รีมีความเลื่องลือมากที่สุดเห็นจะเป็นสรรพคุณทางด้านบำรุงสายตา

  • บิลเบอร์รี มีสรรพคุณช่วยถนอมสายตา ทำให้แววตาสุกใส มีแววประกาย และช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับตา
  • นักวิจัย ไมเคิล ที เมอร์เรย์ (Michael T. Murray) กล่าวว่าสาร Anthocyanosides ในบิลเบอร์รี มีผลต่อเซลล์เยื่อบุผิวเรตินาในการมองเห็น และลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา
  • ในบิลเบอร์รีมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก และป้องกันจอประสาทตาเสื่อม
  • บิลเบอร์รีมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรงของคอลลาเจนในเส้นเลือดฝอยที่ตาและเชื่อมต่อเนื้อเยื่อดีขึ้น
  • มีส่วนช่วยรักษาอาการตาบอดในตอนกลางคืน ช่วยให้มองเห็นในที่สลัว ควบคุมการทำงานของเรตินาจอรับแสง
  • ป้องกันโรคตาบอดแสง และการมองไม่เห็นในตอนกลางวัน

การรับประทานบิลเบอร์รี

การรับประทานผลสดบิลเบอร์รีอาจจะหารับประทานยากสำหรับในประเทศไทย จะสะดวกกว่าถ้าเราเลือกบิลเบอร์รีสกัดมาในรูปของอาหารเสริม ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และแคปซูล ปริมาณที่ควรบริโภคเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เครื่องดื่มสกัดบิลเบอร์รีควรดื่มวันละ 6-12 มิลลิกรัมต่อวัน หรือในรูปแคปซูล 80-160 มิลลิกรัมต่อวัน หรืออาจจะรับประทานผลบิลเบอร์รีตากแห้ง สด หรือแยม ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ผลข้างเคียงต่อการรับประทานสารสกัดจากบิลเบอร์รี

ยังไม่มีผลการรายงานว่าสารสกัดจากบิลเบอร์รีเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย และสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรจะรับประทานบิลเบอร์รีให้มากกว่าปกติ เพื่อป้องกันโรคตาบอดที่เป็นผลข้างเคียงจากโรคเบาหวาน

Credit : https://prayod.com/บิลเบอร์รี-บำรุงสายตา/


บิลเบอร์รี่(Bilberry) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vaccinium myrtillus วงศ์: Ericaccae ซึ่งเป็นพืชสายพันธุ์ใกล้เคียง กับ Blubery ของแถบอเมริกาเหนือ บิลเบอร์รี่ จะพบมากในประเทศแถบยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ผลบิลเบอร์รี่สุกนิยมนำมาทำเป็นแยมมานานกว่า 100 ปีแล้ว นอกจากนี้ ส่วนของใบและก้าน จะนำไปทำแห้งเพื่อทำเป็นผงชาสำหรับดื่มเพื่อสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย

บิลเบอร์รี่ เริ่มเป็นที่รู้จักและใช้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อนักบินในหน่วยทหารอากาศของประเทศอังกฤษ นำผลบิลเบอร์รี่สุกมารับประทาน แล้วพบว่าทำให้ความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืนดีขึ้น และทำให้อาการเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อใช้สายตานานๆ น้อยลง หลังจากนั้น อีกถึง 20 ปี จึงได้มีการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์กันอย่างจริงจัง จึงพบว่าทำให้บิลเบอรี่ให้ผลดีต่อสุขภาพของดวงตา

จากผลการวิเคราะห์และวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบว่าสารที่สำคัญในบิลเบอร์รี่ มีดังนี้

  • แอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) สามารถจับกับเซลล์บุผิว( pigmented epithelium) ที่จอภาพเรตินาได้ดี โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเลิศ (Anti-oxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างหลอดเลือดและผนังหลอดเลือดฝอย เพิ่มสีจอประสาทตาจึงช่วยให้ตาทนต่อแสงได้ดี และคืนสภาพสารโรดอพซิน(Rhodopsin) ได้หลังจากถูกแสง จึงช่วยทำให้การมองเห็นในที่มืดได้ดี
  • แทนนิน(Tannins) มีฤทธิ์ในการสมานแผล(astringent) และให้ผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น พวกแบคทีเรียบางชนิด
  • ฟลาโวนอยด์(Flavonoid) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เช่นกัน และยังเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนหลายชนิดที่สำคัญต่อมนุษย์
  • กลูโคควินิน(Glucoquinine) เป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้การทำงานของอินซูลิน ทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ประโยชน์ที่จากสารสำคัญในบิลเบอร์รี่ต่อสุขภาพดวงตา

  • ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
  • ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness)
  • ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อต้องใช้สายตานานๆ
  • ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น
  • ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ(สายตายาว)

ประโยนช์ในด้านอื่นๆ ที่ร่างกายได้รับจากบิลเบอร์รี่

  • สารแทนนิน ในผลบิลเบอร์รี่สามารถบรรเทาอาการท้องเสีย อาการคลื่นไส้ และภาวะอาหารไม่ย่อยได้
  • สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ปกป้องโครงสร้างของผนังเส้นเลือดฝอย ช่วยเพิ่มแรงต้านและเพิ่มการขยายตัวของผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น มีผลในการช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่เปราะหรือฉีกขาดง่าย ดังนั้น จึงมีผลดีต่อเนื้อเยื่อที่มีเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงจำนวนมาก เช่น จอประสาทตา (Retina) ระบบหลอดเลือดดำและไต เป็นต้น จึงสามารถป้องกันจอประสาทตาเสื่อม(macular degeneration) และสามารถลดอาการปวดเจ็บจากภาวะเส้นเลือดขอด (Varicose vein) ได้
  • สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถใช้ลดอาการอักสเบในช่องปาก และเยื่อบุช่องปากได้
  • สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ช่วยลดอาการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ที่ให้เกิดจุดด่างดำของผิวพรรณได้

บิลเบอร์รี่เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง จึงมักนิยมนำมาเป็นอาหารเสริม และได้รับความสนใจ ในการนำมาใช้ในการรักษาสุขภาพในปัจจุบัน สำหรับคนสุงอายุ หรือคนที่ต้องการถนอมดวงตาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • บิลเบอร์รี่ (Bilberry) กับการถนอมดวงตา, www.samunpai.com/
  • U.S. National Library of Medicine, www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural/202.html

บิลเบอร์รี่(Bilberry) สุดยอดผลไม้สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

บิลเบอร์รี่(Bilberry) : เป็นไม้พุ่ม ขนาดเล็ก ในตระกูล Ericaccae
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Vaccinium myrtillus
สายพันธ์ : สายพันธุ์ใกล้เคียง กับ Blueberry แถบอเมริกาเหนือ
พบได้จากที่ใด : ประเทศแถบยุโรป  แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ในอังกฤษ และยุโรปตอนเหนือ

เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วบิลเบอร์รี่ถูกนำมาทำเป็นแยมโดยใช้ผลที่สุกแล้ว และนอกจากผลของบิลเบอร์รี่เองแล้วก็ยังมีส่วนของใบและก้านที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยการนำมาผลิตผ่านกระบวนการของการทำชาชงดื่ม เพื่อบำรุงสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย และในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ว่ากันว่าในสมัยนั้นมีนักบินของหน่วยทหารอากาศในประเทศอังกฤษ ได้นำผลบิลเบอร์รี่สุกมารับประทานและรู้สึกว่าทำไมเวลากลางคืน การมองเห็นถึงดีกว่าเดิมและอาการเมื่อยล้าในดวงตาก็มีอาการดีขึ้นด้วยจึงเป็นที่นิยมมากในสมัยนั้น ต่อมาอีก 20 ปี ได้มีการนำผลของบิลเบอร์รี่มาวิจัย ผลสรุปที่ออกมาก็คือบิลเบอร์รี่มีสรรพคุณในการบำรุงสุขภาพของดวงตาจริงๆ

จากผลการวิจัยในหลายๆประเทศในยุโรปได้ค้นพบว่าบิลเบอร์รี่มีสารสำคัญดังนี้

แอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) สามารถจับกับเซลล์บุผิว( pigmented epithelium) ที่จอภาพเรตินาได้ดี โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเลิศ (Anti-oxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ และคืนสภาพสาร rhodopsin ได้หลังจากถูกแสง จึงช่วยทำให้การมองเห็นในที่มืดได้ดี

แทนนิน(Tannins) มีฤทธิ์ในการสมานแผล(Astingent) และให้ผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น พวกแบคทีเรียบางชนิด

ฟลาโวนอยด์(Flavonoid) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เช่นกัน และยังเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนหลายชนิดที่สำคัญต่อมนุษย์

กลูโคควินิน(Glucoquinine) เป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้การทำงานของอินซูลิน ทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ประโยชน์ของบิลเบอร์รี่ที่ช่วยบำรุงดวงตามีอะไรบ้าง

  • ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
  • ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน
  • ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อใช้สายตานานๆ
  • ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น
  • ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ(สายตายาว)

และประโยชน์นอกจากการบำรุงดวงตาแล้วยังมีประโยชน์ในการบำรุงสุขภาพอื่นๆอีกด้วยเช่น

  • สามารถใช้ลดอาการอักเสบในช่องปากและเยื่อบุช่องปากได้
  • ช่วยลดอาการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ที่ทำให้เกิดจุดด่างดำของผิวพรรณได้
  • สามารถบรรเทาอาการท้องเสีย อาการคลื่นไส้ และภาวะอาหารไม่ย่อยได้
  • ช่วยลดภาวะการเจ็บปวดของเส้นเลือดขอด
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด และลดโอกาสการเกิดสภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงจึงทำให้ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้

ที่มา : http://www.vcharkarn.com